CBAM ภาษีนำเข้าของยุโรป จุดเปลี่ยนของธุรกิจส่งออก

by Staff

สหภาพยุโรป(EU) เตรียมเก็บภาษีนำเข้าคาร์บอน(CBAM) ภายใน 1 ต.ค. 2023 สิ่งใหม่ที่ทั่วโลกจับตามองเทรนด์การค้ารักษ์โลก กลไกกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมกันลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการเก็บเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าประเทศ EU ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อชั้นบรรยากาศ โจทย์ใหม่ที่ธุรกิจส่งออกไทยต้องปรับตัว

CBAM คืออะไร

Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM หรือ ภาษีนำเข้าคาร์บอน เป็นมาตรการปรับราคาสินค้านำเข้าบางประเภท ก่อนเข้าพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเข้ามาใน EU

เป้าหมายของมาตรการภาษีนำเข้าคาร์บอน (CBAM)

1. เป็นกลไกชดเชยความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตระหว่างบริษัทภายในและภายนอกสหภาพยุโรปให้เท่าเทียมกัน 

 2. ป้องกันไม่ให้ผู้ผลิตย้ายออก จากความพยายามเลี่ยงต้นทุนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

3. เพื่อสนับสนุนให้ประเทศอื่น ๆ สนใจในนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สินค้านำเข้า EU ที่ต้องปฏิบัติตาม CBAM มีดังต่อไปนี้

  1. เหล็ก
  2. อลูมิเนียม
  3. ซีเมนต์
  4. กระแสไฟฟ้า
  5. ปุ๋ย

โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2022 รัฐสภายุโรปได้อนุมัติร่างกฏหมายเพื่อปรับเพิ่มประเภทสินค้าตามมาตรการ CBAM ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมัน, สารเคมีอินทรีพื้นฐาน, ไฮโดรเจน, แอมโมเนีย, โพลีเมอร์ และภายในปี 2030 สหภาพยุโรปต้องการขยายประเภทสินค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น สิ่งที่จะถูกนำมารวมเพิ่มเติมคือ แก้ว, เซรามิค, กระดาษ รวมถึงนำปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Indirect Emission Scope 2) เข้ามาคำนวณภาษีนำเข้าคาร์บอนอีกด้วย ทั้งนี้ยังคงต้องรอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

กลไก CBAM เป็นอย่างไร ?

กลไกราคาภาษีนำเข้า CBAM กำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าจากนอก EU ต้องซื้อ “ใบรับรอง CBAM” ซึ่งราคาใบรับรองอ้างอิงกับตลาดการค้าคาร์บอนของสหภาพยุโรป (EU Emission Trading System : EU ETS) โดยผู้นำเข้าจะต้องรายงานข้อมูล พร้อมยื่นหลักฐานการจ่ายค่าธรรมเนียมคาร์บอนตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าที่นำเข้า (CBAM Certificate) ก่อนที่จะนำสินค้าเข้ามาขายในสหภาพยุโรป

กลไก CBAM เป็นอย่างไร ?
Credit : Set.or.th

หลักการคำนวณภาษีนำเข้า CBAM

CBAM จะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2026 โดยจะต้องมีการรายงานข้อมูลพร้อมยื่นหลักฐานการจ่ายค่าธรรมเนียม CBAM Certificates ภายในวันที่ 31 พ.ค. ของทุกปี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วย 

  1. ปริมาณสินค้าที่นำเข้าในระหว่างปีที่ผ่านมา 
  2. ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าที่นำเข้ามาใน EU ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นกำหนดให้คิดเฉพาะปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตสินค้าโดยตรง (Direct Emissions) ซึ่งในอนาคตอาจมีการนำ Indirect Emission เข้ามาคำนวณด้วย
  3. หลักฐานการจ่ายค่าธรรมเนียมคาร์บอน (CBAM Certificates) ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าที่นำเข้า โดยจะคิดค่าธรรมเนียมจากค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ของราคาในระบบ EU ETS ซึ่งผู้นำเข้าจะได้รับการลดภาระค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนที่ได้ชำระค่าธรรมเนียมคาร์บอนในประเทศต้นกำเนิดสินค้าแล้ว หรือตามสัดส่วนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบให้เปล่า (Free Allowances) ที่ EU ได้อนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการภายใน EU 

  หากไม่มีการยื่นหลักฐาน CBAM Certificates ครบตามจำนวนและภายในเวลาที่กำหนด ผู้นำเข้าสินค้านั้นจะต้องโดนโทษปรับสูงสุดถึง 100 ยูโร ต่อ 1 CBAM Certificate ที่ยังไม่ได้ส่งมอบ และยังคงต้องทำการซื้อและส่งมอบ CBAM Certificate ให้ครบตามจำนวนที่กำหนดสำหรับการนำเข้าสินค้านั้น

CBAM กับผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกไทย

การส่งออกสินค้าที่เข้าข่าย CBAM คิดเป็น 4.3% ของมูลค่าการส่งออกไทยไป EU หรือ 0.35% ของการส่งออกของไทย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงขึ้นเมื่อขายใน EU และมีความเสี่ยงที่ปริมาณการส่งออกจะปรับลดลง ที่ยังไม่สามารถด่วนสรุปได้ว่าไทยจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันหรือไม่ เนื่องจาก CBAM นั้นบังคับใช้กับทุกประเทศที่ส่งออกสินค้าไปยัง EU ด้วย

มูลค่าการส่งออกสินค้าที่เข้าเกณ CBAM
Credit : Set.or.th

ธุรกิจส่งออกไทยควรเร่งปรับตัวอย่างไร ?

  ความท้าทายนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกไทย ที่ส่งออกสินค้าไปยัง EU จะต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม (Carbon Emission Scope 1 & Scope 2) เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการค้ากับ EU ซึ่งเริ่มจากการประเมิน Carbon Footprint ทั้งกระบวนการผลิตเพื่อง่ายต่อการจัดทำเป็นรายงานประจำปีส่งให้กับหน่วยงานในประเทศไทยและสหภาพยุโรป อีกทั้งควรเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินมาตรการในประเทศอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกับ EU เช่น สหรัฐอเมริกา
  หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ติดต่อ GMS Solar ได้ทันที เรามีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา ทั้งในส่วนของการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม (Cabon Emission Scopes) รวมถึงการวางแผนโครงการพัฒนากระบวนการกำจัดก๊าซเรือนกระจกให้เหมาะสมตามเป้าหมายแต่ละบริษัทเพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality, Carbon Net Zero ผ่านบริการต่าง ๆ ดังนี้

ธุรกิจส่งออกไทยควรเร่งปรับตัวอย่างไร ?
  1. Measure Corporate Carbon Footprint ร่วมประเมินการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดของบริษัทคุณ
  2. Measure Product Carbon Footprint วิเคราะห์การปล่อยคาร์บอนในการผลิตกระบวนการต่างๆ
  3. Reduce GHGs แนะนำวิธีในการลดคาร์บอนที่เหมาะสม
  4. Offset Carbon Credit ระบบคาร์บอนเครดิต
  5. Communicate บริการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน

GMS SOLAR เป็นบริษัทในเครือเดียวกับ บริษัท จี เอ็ม เอส อินเทอร์เนียร์ GMS Interneer ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในด้านการจัดหาอุปกรณ์ทางวิศวกรรม ให้กับกลุ่มบริษัทผู้สำรวจขุดเจาะ ผลิตปิโตรเลียมและก๊าซ ในประเทศไทย

Tel. : 02-079-6380
Website : https://www.gmssolar.com
Email : [email protected]
Line : @gmsthailand
Youtube : @GMSthailand

You may also like