เทคโนโลยีอุโมงค์ลม Arctech เบื้องหลังการทดสอบแรงลม Solar Tracker ที่ทนทานระดับโลก

by Nukrob

ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระดับ Utility-scale หนึ่งในความเสี่ยงที่ EPC และเจ้าของโครงการกังวลที่สุดคือ ความเสียหายจากแรงลม โดยเฉพาะในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีลมพายุฤดูร้อน ลมมรสุม และลมกระโชกแรงตามฤดูกาล

เพราะ Solar Tracker ที่ออกแบบมาไม่ดีพอ อาจเกิดปัญหา galloping (การสั่นแบบความถี่ต่ำ-แอมพลิจูดสูง) จนแผงโซลาร์เสียหาย Torque Tube บิดงอ หรือแม้กระทั่งโครงสร้างทั้งแถวพังทลายภายในไม่กี่วินาทีเมื่อเจอลมความเร็วสูง

บทความนี้ GMS Solar จะพาคุณไปทำความรู้จัก เทคโนโลยีการทดสอบแรงลม (Wind Tunnel Test) ของ Arctech ผู้นำตลาด Solar Tracker อันดับ 1 ของโลกในภูมิภาค APAC และเป็นบริษัท PV รายเดียวในอุตสาหกรรมที่มี อุโมงค์ลมเป็นของตัวเอง เพื่อให้คุณเข้าใจว่าเหตุใดสินค้า Arctech จึงถูกเลือกใช้ในโครงการกว่า 100 GW ทั่วโลก

ทำไมการทดสอบแรงลม Solar Tracker จึงสำคัญ?

Solar Tracker ต่างจากระบบ Fixed Tilt ตรงที่สามารถหมุนตามดวงอาทิตย์ได้ตลอดวัน ทำให้ มุมปะทะลม (Angle of Attack) เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลให้แรงลมที่กระทำต่อโครงสร้างมีพฤติกรรมซับซ้อนกว่าระบบ Fixed Tilt มาก

ปัจจัยทางวิศวกรรมที่ต้องวิเคราะห์ ได้แก่:

  • Static Wind Load – แรงลมสถิตย์ที่กระทำในมุมต่าง ๆ
  • Dynamic Amplification – การขยายแรงในรูปแบบการสั่นพ้อง
  • Torsional Galloping – การสั่นแบบบิดที่อันตรายที่สุดสำหรับ Tracker 1P
  • Vortex Shedding – กระแสลมหมุนวนที่ทำให้เกิดความล้าของวัสดุ (Fatigue)
  • Aeroelastic Instability – ความไม่เสถียรของโครงสร้างเมื่อ flexibility ของวัสดุมีปฏิสัมพันธ์กับแรงลม

หากคำนวณตามมาตรฐาน ASCE 7, Eurocode EN 1991-1-4 หรือ IEC 61400 เพียงอย่างเดียวโดยไม่ทดสอบจริง จะไม่สามารถจับพฤติกรรมแบบ Dynamic ได้ครบถ้วน นี่คือเหตุผลว่าทำไม Wind Tunnel Test คือมาตรฐานที่ขาดไม่ได้ ของ Solar Tracker คุณภาพสูง

เทคโนโลยีอุโมงค์ลม Arctech: 5 ระดับการทดสอบแรงลม (L1–L5)

Arctech เป็น ผู้บุกเบิก (Pioneer) วิธีการทดสอบ Aeroelastic Model สำหรับอุตสาหกรรม PV และได้พัฒนาระบบทดสอบแรงลมที่สมบูรณ์ครบถ้วน 5 ขั้น ดังนี้

ระดับ ชื่อการทดสอบ วัตถุประสงค์ทางวิศวกรรม
L1 Static Test วัดสัมประสิทธิ์แรงลมในรูปแบบ static เพื่อใช้ในการคำนวณโครงสร้างพื้นฐาน
L2 Dynamic Test ตรวจสอบ Dynamic Amplification Factor (DAF) เมื่อโครงสร้างตอบสนองต่อแรงลมแปรปรวน
L3 Stability Test วิเคราะห์ความเสถียรของระบบ ป้องกัน Resonance และ Flutter
L4 Aeroelasticity Test ทดสอบโมเดลย่อส่วนที่จำลองคุณสมบัติยืดหยุ่นเหมือนของจริง เพื่อจับ Galloping และ Torsional Instability
L5 Arctech AeroPlus+ ระบบเสริมเสถียรภาพ (Damper, Multi-Drive, Smart Backtracking) ที่พัฒนาจากผลทดสอบจริง

💡 TIP สำหรับ EPC: การทดสอบ L4 (Aeroelastic) สำคัญที่สุดสำหรับ Tracker แบบ 1P ที่เคยทำให้โครงการในยุโรปและอเมริกาเสียหายระดับ MW มาแล้ว

อุโมงค์ลม Arctech: บริษัท PV รายเดียวในโลกที่มีของตัวเอง

ในขณะที่ผู้ผลิต Solar Tracker ส่วนใหญ่ต้องส่งโมเดลไปทดสอบที่ห้องแล็บภายนอก (เช่น CPP ในสหรัฐฯ หรือ RWDI ในแคนาดา) ซึ่งใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง Arctech กลับเป็นบริษัท PV เพียงรายเดียวในอุตสาหกรรม ที่ลงทุนสร้างห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลมของตัวเอง ตั้งแต่ปี 2018

จุดเด่นของ Arctech Wind Tunnel Laboratory

  • ห้องปฏิบัติการร่วม (Joint Wind Tunnel Lab) กับ Northwestern Polytechnical University (NPU) มหาวิทยาลัยอันดับต้นด้านอากาศพลศาสตร์ของจีน
  • Practicing Base สำหรับนักศึกษาปริญญาโท-เอก จาก NPU และ Harbin Institute of Technology (HIT) ทำให้มีงานวิจัยใหม่ป้อนเข้ามาตลอดเวลา
  • รองรับการทดสอบโมเดลขนาดใหญ่ ทั้งแบบ Single Row และ Multiple Row Configuration
  • จำลองภูมิประเทศซับซ้อน (Complex Terrain) เช่น เนินเขา หุบเขา และพื้นที่ใกล้ทะเลได้

Arctech สามารถออกแบบ Solar Tracker ที่ปรับ Stow Strategy, Damper Configuration และ Pile Foundation ให้เหมาะกับ โครงการแต่ละแห่ง ซึ่งช่วยลดทั้ง CAPEX และความเสี่ยงด้านโครงสร้าง

CFD Analysis และ Numerical Wind Tunnel: เทคโนโลยีของ Arctech 

นอกจาก Wind Tunnel จริงแล้ว Arctech ยังเป็นบริษัท PV รายแรกของโลกที่มี Numerical Wind Tunnel เป็นของตัวเอง โดยใช้เทคโนโลยี CFD (Computational Fluid Dynamics) ที่สามารถวิเคราะห์โครงการบนภูมิประเทศซับซ้อนได้ภายใน 7 วัน ต่อโครงการ

CFD Analysis ของ Arctech ครอบคลุม 4 หัวข้อหลัก

  1. Static Form Coefficient Analysis – วิเคราะห์สัมประสิทธิ์แรงลมเชิงรูปทรงของระบบ Mounting
  2. Resonance Stability Analysis – ตรวจสอบความเสถียรของการสั่นพ้อง
  3. Dynamic Amplification Coefficient Analysis – คำนวณค่าขยายแรงลมเชิงพลวัต
  4. Complex Terrain CFD Analysis – วิเคราะห์การไหลของลมรอบโครงการบนภูมิประเทศจริง เช่น เนินเขาหรือพื้นที่ลาดชัน

ในปี 2016 Arctech ได้เปิดตัว 3D GIS + Numerical Wind Tunnel CFD Simulation เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งช่วยให้สามารถออกแบบ Layout โรงไฟฟ้าโซลาร์โดยพิจารณาทั้ง ภูมิประเทศ + พฤติกรรมลม + การจัดวางอาเรย์ ในระบบเดียว

ประโยชน์ต่อเจ้าของโครงการและ EPC ในประเทศไทย

ด้วยเทคโนโลยีการทดสอบแรงลมที่สมบูรณ์ของ Arctech ผู้พัฒนาโครงการในไทยจะได้รับประโยชน์โดยตรง ดังนี้

ประโยชน์ รายละเอียดทางวิศวกรรม
ลด CAPEX ใช้เหล็กในการออกแบบโครงสร้างได้พอดีกับแรงลมจริง ไม่ over-design ตามมาตรฐาน Code
ลดความเสี่ยงด้านโครงสร้าง ผ่านการทดสอบ Galloping, Flutter และ Resonance จริง
เหมาะกับสภาพไทย รองรับลมมรสุมและพายุฤดูร้อน รวมถึงโครงการบนเขาหรือใกล้ชายฝั่ง
เพิ่ม Bankability Test report ที่มาจากแล็บของผู้ผลิตเอง + ผลรับรองจากมหาวิทยาลัย เพิ่มความน่าเชื่อถือต่อ Lender
รองรับ Smart Stow กลยุทธ์ Stow Angle ที่ปรับให้เหมาะตามผลทดสอบ ลดแรงลมขณะเกิดพายุ



สนใจสอบถามข้อมูล
Tel. : 02-079-6380
Website : https://www.gmssolar.com
Email : [email protected]
Line : @gmsthailand
Youtube : @GMSthailand

You may also like