รู้จัก Carbon Credit ทางลัดสู่ Carbon Neutrality ให้ทันตามเป้าหมายองค์กร

by Staff

การขับเคลื่อนธุรกิจไทยควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน สามารถเริ่มต้นจากการประเมิน Carbon Footprint ของบริษัท สู่การลดกระบวนการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเกินไป แต่หากยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ไม่ได้ GMS Solar มีทางออกให้ธุรกิจของคุณ ที่สามารถหาวิธีชดเชยการปล่อยก๊าซฯให้เหลือศูนย์ได้ทันเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งจะช่วยให้คุณเข้าใจกลไกตลาดคาร์บอนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้องค์กรของคุณสามารถพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนได้เอง มาร่วม Set Zero มุ่งเป้าสู่ Carbon Neutrality ลดปริมาณคาร์บอนให้เหลือศูนย์ไปด้วยกัน

ก่อนอื่น… อยากให้ทุกคนเข้าใจความหมายของศัพท์ในวงการธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม 

ซึ่งทั้ง 3 คำนี้เป็นกลไกที่เชื่อมโยงกันอยู่ เรียกว่ามาคู่กันเลยเพราะถ้าไม่มีก๊าซคาร์บอน ก็จะไม่มี “Carbon Offset” หรือ“Carbon Credit” และก็จะไม่มี “Carbon Market” เกิดขึ้นนั่นเอง เรามาลองทำความเข้าใจแบบสรุปง่ายๆ ไปพร้อมกัน

  • Carbon Offset การชดเชยคาร์บอน คือ กระบวนการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลงหรือเท่ากับศูนย์ ซึ่งสามารถทำได้เองผ่านปรับเป็นพลังงานทางเลือก หรือซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากบริษัทอื่นๆ
  • Carbon Credit คาร์บอนเครดิต คือ สิทธิที่บุคคลหรือองค์กรได้รับจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (จำนวนคาร์บอนฟรุตพรินต์) ในแต่ละปี ซึ่งเกิดจากการสร้างโครงการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก เช่น การปลูกป่า การสร้างโรงงาน biogas หรือการใช้พลังงานโซลาร์ เป็นต้นซึ่งปริมาณคาร์บอนที่สามารถนำมาตีราคา โดยปริมาณก๊าซฯที่สามารถลดสามารถนำไปคำนวณเป็น 1 ตันคาร์บอนเทียบเท่า =  1 คาร์บอนเครดิต ถึงจะนำไปจำหน่ายในรูปแบบคาร์บอนเครดิตให้กับองค์กรอื่นๆ ที่ต้องการได้ 
  • Carbon Market ตลาดซื้อขายคาร์บอน คือ พื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนซื้อ–ขาย คาร์บอนเครดิต ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้เป็นกลไกที่ช่วยกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน โดยให้มูลค่ากับปริมาณที่ลดคาร์บอนลงได้ หากบริษัทไหนลดคาร์บอนได้มากก็สามารถเปลี่ยนเป็นเงินให้ธุรกิจได้เช่นกัน เรียกได้ว่า
“ยิ่งลด(คาร์บอน)มาก ยิ่งได้(รายได้)มาก” อีกทั้งยังได้ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นควบคู่กันไปอีกด้วย

เริ่มเข้าใจกลไกตลาดคาร์บอนกันแล้วใช่ไหมคะ? คราวนี้เรามาเจาะลึกถึงภาพรวมตลาดไทยและตลาดโลกกันดีกว่าค่ะ

ตลาดคาร์บอน (Carbon Market) 

เป็นกลไกในการช่วยสร้างแรงจูงในทางด้านการเงิน ตอบรับกับขั้นตอนการประเมินโครงการและการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ผ่านการซื้อขายปริมาณที่แต่ละบริษัทลดปริมาณคาร์บอนลงได้ ผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับมาตรฐาน โดยที่ราคาซื้อขายนั้นเป็นไปตามกลไกตลาด โดยคาร์บอนเครดิต(Carbon Credit) จะถูกนำไปคิดรวมในบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศต่างๆ ทั้งประเทศผู้ขายและประเทศผู้ซื้อ คาร์บอนเครดิตเป็นสินค้าที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่มีการดำเนินโครงการ

ตลาดคาร์บอนมี 2 ประเภท

1. ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Regulated Market)

ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Regulated Market) เป็นตลาดคาร์บอนเครดิตที่ได้จากพิธีสารเกียวโต แบ่งเป็น 3 กลไก 

1.1 กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism : CDM)

เป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้มีความร่วมมือกันระหว่างประเทศที่มีพันธกรณีกับประเทศที่ไม่มีพันธกรณีได้ร่วมกันลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นการดำเนินงานด้วยความสมัครใจ โดยได้รับความเห็นชอบจากประเทศภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประเทศผู้ลงทุน ประเทศที่โครงการตั้งอยู่ (Host Country) และยังเปิดโอกาสให้การพัฒนาโครงการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลตอบแทนในทางเศรษฐศาสตร์ที่ดีขึ้นในรูปแบบของโครงการ CDM ด้วย

โดยที่ CERs (Certified Emission Reductions) คือ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่โครงการ CDM สามารถลดได้ และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการบริหารโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM Executive Board) เรียกโดยย่อว่า CDM EB โครงการ CDM ต้องเป็นการดำเนินงานโดยความสมัครใจเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติม จากการดำเนินการทั่วไป และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศทั้งในแง่ของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี

1.2 การดำเนินการร่วมกัน (Joint Implementation: JI)

เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างประเทศ ในกลุ่มภาคผนวกที่ 1* ด้วยกันเองเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมจากมาตรการที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้วในสภาวะธุรกิจปกติ โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงของโครงการในกลไก JI จะเรียกว่า Emission Reduction Units (ERUs) ซึ่งมีค่าเทียบเท่ากับ 1 ตันคาร์บอร์ไดออกไซด์

1.3 การซื้อขายก๊าซเรือนกระจก (Emissions trading : ET)

เป็นกลไกที่มีเอื้อให้เกิดการซื้อขายก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับจัดสรรระหว่างประเทศในกลุ่มภาคผนวก 1* เนื่องจากประเทศต่างๆ ที่เป็นภาคีในภาคผนวก 1* มีพันธกรณีในการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศแตกต่างกัน ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ต้องควบคุมตามกลไกนี้ เรียกว่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการจัดสรรและอนุญาตให้ปล่อย (assigned amounts units: AAUs)

โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2008 และสิ้นสุดในปี 2012 ประเทศที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามพันธกรณี สามารถเข้าสู่กลไก ET เพื่อซื้อ CERs และ ERUs ได้ นอกจากนี้ ประเทศหรือกลุ่มของประเทศก็สามารถพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับท้องถิ่นของตนเองได้เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นไปตามเป้าหมายของประเทศ การซื้อ CERs และ ERUs ผ่านกลไก ET สามารถซื้อเพื่อครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซบางส่วนหรือทั้งหมดได้

*ประเทศในกลุ่มภาคผนวกที่ 1 มีจำนวน 41 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, กรีซ, โรมาเนีย, ฮังการี, รัสเซีย,เบลารุส, ไอซ์แลนด์, สโลวาเกีย, เบลเยียม, ไอร์แลนต์, สโลวีเนีย, บัลแกเรีย, อิตาลี, สเปน, แคนาดา, ญี่ปุ่น, สวีเดน, โครเอเชีย, ลัตเวีย , สวิตเซอร์แลต์, เช็ก, ลิกเตนสไตน์, ตุรกี, เดนมาร์ก, ลิทัวเนีย, ยูเครน, เอสโตเนีย, ลักเซมเบิร์ก, บริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ, ประชาคมเศรษฐกิจแห่งยุโรป, โมนโก, สหรัฐอเมริก, ฟินแลนด์, เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, นิวซีแลนด์, เยอรมนี, นอร์เวย์, โปรตุเกส, โปแลนด์

2. ตลาดแบบสมัครใจ (Voluntary Carbon Market : VCM) 

เป็นตลาดซื้อและขายการออกใบรับรองคาร์บอนเครดิตของตลาดแบบสมัครใจ หรือ Verified Emission Reductions (VERs) ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโครงการที่ดำเนินการโดยสมัครใจที่ได้รับการรับรองแล้วโดยหน่วยงานที่ออกมาตรฐาน เช่น Gold standard, VCS อยู่นอกเหนือระบบคาร์บอนเครดิตของ UNFCCC  ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยมีความยืดหยุ่นมากกว่าและใช้ต้นทุน โดยที่ในประเทศไทยองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก หรือ อบก. เป็นองค์กรที่รับรอง

โครงการลดก๊าซเรือนกระจกและจดทะเบียนคาร์บอนเครดิตที่ชื่อว่า T-VER  ปัจจุบันในประเทศไทยสามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตผ่าน Over the counter (OTC) กล่าวคือ ซื้อโดยตรงกับผู้ขายเครดิต ซึ่งท่านสามารถติดต่อ GMS Solar ในการให้บริการซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้เช่นกัน ไม่มีพันธะตามกฎหมายกับโครงการใดเปิดรับผู้ซื้อจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยสามารถซื้อขายได้ไม่มีการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (No cap-and-trade system)

carbon-market
มูลค่าการเติบโตของตลาดคาร์บอนเครดิตแบบ VCM ทั่วโลก [ EcosystemMarketplace ]

Carbon Offset วิธีชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจก

Carbon Offset คือการจัดการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมาย โดยผ่านกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การลดการปล่อยก๊าซฯด้วยตัวเอง (Reduce GHGs) และการซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชย (Carbon Credit) ซึ่งหากชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เท่ากับศูนย์ จะเรียกว่า Carbon Neutrality

Carbon-Offset-vs-Carbon-Neutral

ซึ่งบริษัทสามารถนำโครงการ Carbon Offset ยื่นตรวจสอบมาตรฐาน เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของลูกค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ว่าเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างจริงจัง เช่น การเข้าถึงสุขภาพและการศึกษาที่ดีขึ้น ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน และความเจริญรุ่งเรืองทางสังคมและเศรษฐกิจ

Carbon Offset แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. ลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยมาตรการประหยัดพลังงาน เช่น แหล่งพลังงานหมุนเวียน (พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์)
  2. หลีกเลี่ยง การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การปกป้องป่า หรือที่เรียกว่าโครงการ REDD+ (Reducing Emissions from Deforestation and Degradation) คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการตัดไม้ทําลายป่า และการทําให้ป่าเสื่อมโทรม
  3. กำจัด ก๊าซเรือนกระจกโดยวิธีการธรรมชาติ เช่น การปลูกป่า การปลูกป่า และการปลูกป่า ( Afforestation, Reforestation and Revegetation : ARR) หรือ การใช้เทคโนโลยีดักจับอากาศโดยตรงและการเก็บกักคาร์บอน (Direct Air Capture and Carbon Storage : DACCS)3

Carbon Credit คืออะไร

สิทธิที่เกิดจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปี ซึ่งหากปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ก็สามารถนำไปวัดปริมาณ Carbon Credit เพื่อซื้อขายในตลาดคาร์บอนเครดิตได้ หากจะให้เข้าใจง่ายๆก็คือ จำนวนคาร์บอนที่แต่ละองค์กรสามารถลดได้ต่อปีและหากปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าเกณฑ์จะถูกตีราคาเป็นเงิน ก่อนจะถูกขายเป็นเครดิตให้กับองค์กรอื่นได้

องค์กรต่างๆสามารถจัดทำโครงการคาร์บอนเครดิตได้เองหรือไม่

ทำได้ แต่โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใช้เพื่อซื้อขายคาร์บอนเครดิตนั้น ๆ ต้องขึ้นทะเบียนและผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อบก. (กรณีที่ซื้อขายคาร์บอนเครดิตกับบริษัทภายในประเทศไทย) โดยมีมาตรฐานดังต่อไปนี้

  • T-VER : Thailand Voluntary Emission Reductions คาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย โดยที่มีที่ อบก.(TGO) พัฒนาขึ้น ได้กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการพัฒนาโครงการ ระเบียบวิธีการในการลดก๊าซเรือนกระจก (Methodology) การขึ้นทะเบียนและการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยจะต้องเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดการลด/ ดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย ปัจจุบันการซื้อขายสามารถทำได้ในไทยเท่านั้น
ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิต

หากต้องการซื้อขายคาร์บอนเครดิตกับต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสากล โดยมาตรฐานคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับสูงและมีความนิยมในการซื้อ-ขายเยอะที่สุดทั่วโลก ได้แก่

  • VERRA : The Verified Carbon Standard
    โครงการชดเชยคาร์บอนโดยสมัครใจที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในปัจจุบัน เป็นมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดในโลก ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการรับรองมากกว่า 1,806 โครงการ ซึ่งร่วมกันลดหรือขจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมกว่า 928 ล้านตันคาร์บอน นับตั้งแต่ปี 2006-2022
  • GS : Gold Standard
    โครงการชดเชยโดยสมัครใจหรือที่เรียกว่า Gold Standard Verified Emission Reduction หรือ VER มุ่งเน้นไปที่โครงการชดเชยที่ให้ผลประโยชน์ทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน สามารถใช้ได้กับทั้งโครงการชดเชยโดยสมัครใจและโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM)
    • ซึ่งโครงการชดเชยคาร์บอนต้องมีส่วนร่วมอย่างน้อย 3 ใน 17 ของ UN SDGs จึงจะได้รับการรับรอง หากต้องการนำโครงการคาร์บอนเครดิตรับรองมาตรฐานอื่นๆข้างต้นด้วย ก็สามารถใช้หมวดหมู่เหล่านี้ได้
      • พลังงานหมุนเวียน
      • ปลูกป่าและ
      • โครงการบริการชุมชน (การจัดการขยะ)
  • CDM : Clean Development Mechanism ตามมาตราที่ 12 ของพิธีสารเกียวโตได้กำหนดกลไกการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เรียกว่า CDM ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้มีความร่วมมือกันระหว่างประเทศที่มีพันธกรณีกับประเทศที่ไม่มีพันธกรณีได้ร่วมกันลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 
โครงการลดก๊าซเรือนกระจก-T-ver
รายละเอียดมาตรฐาน T-VER และสัดส่วนการใช้มาตรฐานระดับสากล [ cr. Krungthai ]

กลไกด้านราคาคาร์บอน Carbon Pricing 

  การซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทยมีมากน้อยแค่ไหน

  • ปริมาณการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ในไทยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2022 ซื้อขายมากขึ้นถึง 425% เมื่อเทียบกับปี 2021
  • หากพิจารณาในเชิงมูลค่า ก็พบว่าขยายตัวสูงถึง 1,228% ทำให้ราคาคาร์บอนเครดิตปรับตัวสูงมากขึ้นจากปี 2021 ที่เฉลี่ย 34 บาทต่อตันคาร์บอน เป็น 107 บาทต่อตันคาร์บอน
โครงการลดก๊าซเรือนกระจก-T-ver
CR. Krungthai

แนวโน้มราคาคาร์บอนเครดิตแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงรัฐบาลไทยเริ่มมีนโยบายให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่เข้าร่วมใน COP26 ที่ประกาศไว้กับประชาคมโลกว่าจะเป็นประเทศ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ซึ่งความน่าสนใจของตลาดคาร์บอนเครดิตคือ
1. โครงการคาร์บอนเครดิตในไทย ทำได้ง่าย มีผู้ขายหน้าใหม่เพิ่มขึ้น เช่น โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์, โรงงานโซล่าเซล เป็นต้น ที่วัดผลพลังงานธรรมชาติได้ชัดเจน และสามารถนำไปรายงานกับ อบก. เพื่อซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้สะดวกยิ่งขึ้น จึงทำให้มีผู้ขายหน้าใหม่กระโดดเข้ามาในตลาดคาร์บอนนี้ เช่น โรงงานโซล่าฟาร์ม ที่จัดการลด Corporate Carbon Footprint ได้จนเหลือศูนย์ และยังมีพลังงานสะอาดเหลือเพื่อขายต่อได้อีก
2. ความต้องการซื้อจากบริษัทต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งบริษัทเหล่านี้อาจมีนโยบายจากบริษัทแม่ที่มีนโยบาย Carbon Neutrality ก็จะส่งผลให้บริษัทข้ามชาติที่อยู่ในไทยมีความต้องการซื้อ Carbon Credit มาชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจก Overall ทั้งองค์กรของเขาให้ปริมาณคาร์บอนลดลงให้เหลือศูนย์

3. บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ในประเทศไทยเริ่มตั้งเป้าหมายเป็น Carbon Neutralrity ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมองหา Carbon Credit เพื่อเป็นทางเลือกในการชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ทันตามเป้าหมายที่แต่ละบริษัทวางไว้ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อ Carbon Credit ที่เพิ่มสูงขึ้นในไทย

  โอกาสเติบโตของ Carbon Credit หรือถ้าเทียบให้เห็นภาพก็สามารถเรียกได้ว่าเป็น Carbon Trading ที่ใครยิ่งลดคาร์บอนได้มาก ก็มีโอกาสในการขายมากเช่นกัน(สร้างมูลค่าผ่านการลดคาร์บอน) โดย Demand มาจากบริษัทที่ปล่อยมลพิษมากก็จะเป็นผู้ซื้อ

ประโยชน์ของตลาดคาร์บอนเครดิตสำหรับธุรกิจในไทย

  • ต้นทุน Carbon Pricing ในไทยยังราคาไม่สูงนั้น เป็นที่ต้องการซื้อของบริษัทต่างชาติ
  • ผันแปรมูลค่าการลดคาร์บอนเป็นสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ผลักดันราคาคาร์บอนเครดิตให้เทียบเท่าระดับสากล
  • เร่งลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยผลักดันนโยบาย Carbon Neutrality
  • เสริมความน่าเชื่อถือ ด้านภาพลักษณ์ธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม

หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตลาดคาร์บอน, คาร์บอนเครดิต, การชดเชยคาร์บอนในรูปแบบต่างๆ ติดต่อ GMS Solar ได้ทันที เรามีบริการครอบคลุม ตั้งแต่ให้คำปรึกษา, รับพัฒนาโครงการ, ซื้อขายคาร์บอนเครดิต, ซื้อขายผลิตภัณฑ์พลังงานทางเลือก, ร่วมถึงขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เข้าสู่ Carbon Neutral และ NetZero Emission ตามเป้าหมายสากล ผ่านกระบวนการดังต่อไปนี้

service-gmssolar
  1. Measure Corporate Carbon Footprint ร่วมประเมินการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดของบริษัทคุณ
  2. Measure Product Carbon Footprint วิเคราะห์การปล่อยคาร์บอนในการผลิตกระบวนการต่างๆ
  3. Reduce GHGs แนะนำวิธีในการลดคาร์บอนที่เหมาะสม
  4. Offset Carbon Credit ระบบคาร์บอนเครดิต
  5. Communicate บริการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน

GMS SOLAR เป็นบริษัทในเครือเดียวกับ บริษัท จี เอ็ม เอส อินเทอร์เนียร์ GMS Interneer ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในด้านการจัดหาอุปกรณ์ทางวิศวกรรม ให้กับกลุ่มบริษัทผู้สำรวจขุดเจาะ ผลิตปิโตรเลียมและก๊าซ ในประเทศไทย

Tel. : 02-079-6380
Website : https://www.gmssolar.com
Email : [email protected]
Line : @gmsthailand
Youtube : @GMSthailand

You may also like